นิทาน “คนพิการ”

วันที่เกิดอุบัติเหตุเพื่อนบอกว่าจะกลับแล้วพรุ่งนี้ พวกเขาก็เลยไปหาซื้อของกัน สักประมาณทุ่มกว่าๆ เชนเป็นคนขับส่วนเพื่อนเป็นคนซ้อนท้าย ตอนแรกพวกเขาก็เถียงกันว่าใครจะเป็นคนขับดี แต่สุดท้ายเชนก็ยอมเป็นคนขับ แล้วเชนก็สวมหมวกกันน๊อค และก็เสื้อเจ็กเก็ต ส่วนเพื่อนไม่ได้สวม เชนเพิ่งออกรถมาได้สักประมาณสามร้อยเมตร พวกเขาก็คุยกันถึงสถานที่ที่จะไปกันต่อโดยที่เชนก็ตั้งใจขับเป็นอย่างดี แต่รถข้างหน้าว่างเปล่าไม่มีรถเลยซักคันเดียวในเลนที่เชนขับไป เพราะรถที่ตามมาข้างหลังติดไฟแดงอยู่ ทันใดนั้นเชนก็เห็นว่ามีรถกระบะคันสูงเบรคหมุนมาจากอีกฟากหนึ่งของถนน (ทางสวนกัน) แล้วเชนก็ได้ยินเสียงเบรคดังมาก มันมาเบรคและปาดด้านหน้าของเชน สุดท้ายสิ่งที่เชนจำได้ก็แค่นี้ หลังจากนั้นเชนก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย แต่ได้ยินเสียงคนวุ่นวาย รายล้อมไปหมด แต่มันมืดมาก แล้วสุดท้ายเชนก็หลับต่อ รู้สึกตัวอีกทีก็มีพยาบาลมาคอยถามว่าคุณชื่ออะไร เป็นคนนั่งซ้อนท้ายหรือขับ เชนนึกว่าฝันไป เชนไม่รู้สึกเจ็บที่ไหนเลย และแล้วเชนก็ให้พยาบาลกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทที่เชนนึกได้ มันไม่ใช่ความฝัน มันเป็นความจริง เชนรู้สึกเจ็บที่หน้าอก และที่เท้า เชนมองดูเพื่อนข้าง เธอมีเลือดอาบหน้าแล้วก็ไม่รู้สึกตัว เชนเป็นห่วงเพื่อน ในขณะเดียวกันพยาบาลก็บอกว่าเชนต้องไปเอกซ์เรย์ว่ามีกระดูกเป็นอย่างไรบ้าง เชนยังไม่ได้ทำแผล เชนโดนนำตัวเข้าห้องผ่าตัดในเวลาต่อมาหลังจากที่เพื่อนของเชนมาถึง นี่เป็นโรงบาลเอกชนเค้าจะไม่ทำอะไรให้ฉันจนกว่าจะมีใครมาเซ็นต์รับรองค่าใช้จ่ายเค้าไม่ได้นึกถึงชีวิตคนไข้เลยนอกจากเงิน เชนเข้าห้องผ่าตัดแล้วส่วนเพื่อนของเชน เค้าก็เพิ่งจะทำอะไรให้เหมือนกันหลังจากที่มีคนมาเซ็นรับรอง ตอนที่เข้าห้องผ่าตัดเชนไม่ได้สลบ เค้าแค่ฉีดยาชาให้เชนเท่านั้นเอง วันรุ่งขึ้นเพื่อนก็ยังไม่ฟื้นเลย แล้วจนตอนบ่ายเพื่อนถึงฟื้น วันที่สามตอนสายๆหมอเข้ามาเยี่ยมอาการของเชน แล้วก็บอกว่าเธอเห็นแผลของตัวเองแล้วใช่ไหม เชนไม่เห็นเลยตอนที่พยาบาลมาล้างแผลเชนไม่กล้าดู แต่หมอบอกว่าเธอต้องเข้าผ่าตัดนิ้วและเท้าออกซีกนึงน่ะ เพราะว่ากระดูกแตกและเอ็นก็ขาดด้วย ปล่อยไว้มันก็จะเน่าต้องตัดทิ้งอย่างเดียว เชนฟังแล้วเกือบจะหยุดหายใจ เชนตัดสินใจที่จะผ่าตัด
รุ่งเช้าของอีกวันหมอก็พาไปผ่าตัด หลังจากนั้นเชนก็รักษาอีก6-7เดือน แล้วเชนออกจากโรงพยาบาล แล้วก็ต้องกลับไปรักษาต่อที่บ้านอีกหนึ่งเดือน แล้วก็ต้องมาหาหมอตามที่หมอนัด หมอนัดเดือนละครั้ง จนถึงตอนนี้ ก็ยังต้องเป็นเช่นนั้น ส่วนคู่กรณีของฉัน จ่ายแค่ค่าห้องพิเศษ คนที่ขับรถชน บอกว่าถ้าหากว่าเชนกับเพื่อนเรียกร้องอะไรมากก็ไปฟ้องร้องดำเนินคดีขึ้นศาลเอาเอง เชนกับเพื่อนเขาไม่อยากเรื่องมาก กลัวเรื่องมันจะยุ่งยาก ก็เลยปล่อยเลยตามเลย เพื่อนของเชนตอนนี้ก็เอาเหล็กดัดฟันออกแล้ว แต่ก็ยังต้องดามกรามเอาไว้ เพื่อนเชนบอกว่าอ้าปากได้ไม่เหมือนเดิม แค่เอาช้อนเข้าได้เท่านั้นเอง ส่วนเชนตอนนี้ยังต้องรักษาแผลอยู่อีก หมอบอกว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนแผลของฉันจึงจะหายดี ลืมบอกไปว่าเชนได้เงินจากการที่ต้องสูญเสียอวัยวะจากพรบ.สามหมื่นบาท ส่วนนอกจากนี้ก็ไม่มีแล้ว เพื่อนของเชนก็เหมือนกัน ฉันยังคงต้องรักษาตัวเองเดินไม่ได้หนึ่งเดือน ขาไม่เท่ากัน ไม่ได้ทำงานสองเดือน แต่ดีที่ที่ทำงานให้เชนกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม ส่วนเพื่อนของฉันต้องไปหางานใหม่ทำ


อยากให้ทุกคนรู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาแม้ว่าเราจะไม่ประมาท แต่มันมีคนประมาทมาชนเราอีกนั่นแหละ ฉันขยาดกับการขับมอเตอร์ไซด์เลย รถของฉันเพิ่งจะซื้อมาได้ครบเดือนพอดี ที่เกิดอุบัติเหตุ ส่วนหัวพังหมดเลย ตัองซ่อมอีกเป็นหมื่น รถคู่กรณีก็เหมือนกัน ประตูพังทั้งบาน แต่ไม่เจ็บตรงไหนเลย ซักวันกรรมคงจะตามสนองเขาเอง

ฉันกับเพื่อนคิดเพื่อปลงตกกับชีวิต ขอบอกว่าตอนที่เราอยู่โรงพยาบาลคู่กรณีมาเยี่ยมเราแค่เพืยงครั้งเดียว อยากให้ทุกคนได้อ่านบทความนี้นค่ะแล้วก็ดูเป็นตัวอย่างว่าอวัยะทุกส่วนมีค่าเท่าๆกันหมดแม้แต่นิ้วก้อย นิ้วนางที่เป็นนิ้วเท้า แล้วถ้ามีคนเอาเงินสามหมื่นมาให้แลกกับมันคุณจะรู้สึกอย่างไร จะยอมมั๊ย แต่สำหรับฉันฉันยอมเสียเงินดีกว่าเพราะว่ามันสามารถหามาใหม่ได้แต่อวัยะถึงหาใหม่ได้ก็ไม่ใช่ของเรา

Leave a Reply